สรุป AI ปี 2025 มีอะไรใหม่บ้าง จุดเด่น จุดด้อย และประสิทธิภาพ

สรุป AI ปี 2025 มีอะไรใหม่บ้าง จุดเด่น จุดด้อย และประสิทธิภาพ  

ChatGPT-5 เป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รุ่นใหม่ล่าสุดจาก OpenAI เปิดตัวเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2025 โดยพัฒนามาจาก GPT-4o และ o-series reasoning จุดเด่นของ GPT-5 คือความเร็ว ความแม่นยำ และความสามารถหลากหลาย ทั้งการเขียนโค้ด การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และการสร้างเนื้อหา GPT-5 มี 3 รุ่น ได้แก่ 1. GPT-5 (standard) 2. GPT-5 mini และ 3. GPT-5 nano 

มีอะไรใหม่บ้าง

  • ความคิดเชิงลึก หรือที่เรียกว่า Deep Rasoaning  GPT-5 สามารถวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึก โจทย์ที่ซับซ้อน และให้คำตอบที่แม่นยำ 
  • สามารถเขียนโค้ด แบบมืออาชีพได้ ทั้งการพัฒนาซอร์ตโค้ด ตรวจสอบ และแก้ไขข้อผิดพลาด ช่วยให้นักพัฒนาสร้างแอปพิลเคชั่นได้อย่างง่ายได้ และรวดเร็วกว่าเดิม พร้อมทั้งตรงกับความต้องการ 
  • สร้างเนื้อหาที่โด่ดเด่น สามารถสร้างบทความ รีวิว หรือเนื้อหา ตลอดจนปรับสไตล์การเขียนให้เหมาะสม
  • ความแม่นยำในด้านข้อมูลสุขภาพ 
  • ความปลอดภัย ลดความผิดพลาด การตอบโดยใช้ข้อมูลจริง โดยลดการคาดเดา ไม่สร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง

GPT-5 มีเวอร์ชั่นอะไรบ้าง และเหมาะกับงานประเภทใด

1. GPT-5 Standard เหมาะกับงาน การพัฒนาซอฟต์แวร์ งานวิเคราะห์เชิงลึก งานที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น งานด้านสุขภาพ 
2. GPT-5 mini เหมาะกับงาน งานข้อมูล ข้อความ งานที่ใช้ความสมเหตุสมผล หรืองานวิเคราะห์ขั้นสูง 
3. GPT-5 Nano เหมาะกับงาน งานที่ตอบเร็ว ประหยัดพลังงาน

จุดเด่นและจุดด้อย

1. ถ้างานที่ต้องการความเร็วและการประมวลผลในระดับที่สูง ประสิทธิภาพการทำงานจะลดลง 
2. ปัญหาเรื่องของความแม่นยำ 
3. ใช้โทเค็ดได้เพิ่มขึ้นจาก GPT-4 128K เป็น GPT-5 400k เพิ่มขึ้น 300 กว่าเท่า

Model AI ณ ตอนนี้ 

  • ChatGPT 4o1-preview เสียค่าใช้จ่าย
  • Claude Sonnet 3.5 เสียค่าใช้จ่าย
  • Gemini Advanced 1.5 (Free) 
  • Mistral Large 2 (Free)
  • Meta Llama 3 405b (Free)
  • x.ai Grok2 Beta (non-fun mode) 

LLM ณ ปัจจุบันนี้

  • LLaMA3  ขนาดโมเดลมี 2 ขนาด คือ 8B และ 70B พรามิเตอร์ ขนาดโทเคน 128,000 โทเคน
  • Google Gemma 2.0 มีขนาดโมเดล  9B และ 27B 

Deeface 

Deepfake คือ สื่อสังเคราะห์ หรือ สื่อลวงลึก ที่สร้างขึ้นโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เพื่อให้ดูสมจริงและแนบเนียนเหมือนของจริง  เช่น ภาพ ข้อความ วิดีโอ 

โดยคำนี้มาจากคำว่า "Deep Learning" และ "Fake". Deepfake สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างเนื้อหาปลอมที่ดูเหมือนบุคคลจริงกำลังพูดหรือทำสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง ซึ่งมีทั้งการใช้งานเพื่อความบันเทิง แต่ก็มีวัตถุประสงค์ที่เป็นอันตราย เช่น การหลอกลวง การปลอมแปลงตัวตน และการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ


อ้างอิง


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

อะไรคือ NPU (Neural Processing Unit) มีความสำคัญอย่างไร แนวคิดมาจากไหน

TomCat สำหรับติดตั้ง แก้ไข คอนฟิก ใช้งาน JSP

Micro SaaS "ขนาดพอดีคำ" สร้างธุรกิจเริ่มต้นอย่างง่ายด่าย จากไอเดียสู่สร้างรายได้ โดยใช้ AI Agent ตอบสนองความต้องการซอฟต์แวร์ที่เล็ก ง่าย และทรงพลัง