ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ระบบฐานข้อมูล (Database System) และ ระบบบริหารฐานข้อมูล (Database Mangement System) คืออะไร แตกต่างกันอย่างไร มีประโยชน์อะไร


เนื้อหารายละเอียด 

  • ระบบฐานข้อมูลคืออะไร
  • ระบบริหารจัดการข้อมูลคืออะไร
  • หน้าที่ของระบบฐานข้อมูล
  • ประเภทของระบบฐานข้อมูล
  • ประโยชน์ของระบบฐานข้อมูล
  • ตัวอย่างระบบฐานข้อมูล

ระบบฐานข้อมูล (Database System) คืออะไร

ระบบฐานข้อมูล (Database System) คือ กลุ่มของข้อมูล (Data Set) ที่ประกอบไปด้วยค่า ตัวแปร ชุดข้อมูล ที่มีความสัมพันธ์กัน (Relational) ถูกจัดเก็บและบริหารจัดการอย่างเป็นระบบในคอมพิวเตอร์ หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์ โดยมีซอฟต์แวร์ Software หรือ โปรแกรม (Program) ที่เรียกว่า DBMS (Database Management System) เป็นตัวกลางในการจัดการ บำรุงรักษา และช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และลดความซ้ำซ้อน


ฐานข้อมูล (Database) คืออะไร

ฐานข้อมูล (Database) หมายถึง กลุ่มของข้อมูล (Data Set) ที่มีความสัมพันธ์กัน (Relational) นำมาเก็บรวบรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างมีระบบและข้อมูลที่ประกอบกันเป็นฐานข้อมูลนั้น ต้องตรงตามวัตถุประสงค์การใช้งานขององค์กรด้วยเช่นกัน เช่น ฐานข้อมูลลูกค้า ที่ประกอบไปด้วย ลูกค้า ที่อยู่ ประวัติการสั่งซื้อ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะมีส่วนที่สัมพันธ์กันและสามารถนำออกมาใช้ประโยชน์ต่อไปภายหลัง 

ถ้าจะกล่าวถึง ข้อมูล อาจจะกล่าวได้ว่า ข้อมูลนั้นอาจจะเกี่ยวกับบุคคล สิ่งของสถานที่ หรือเหตุการณ์ใด ๆ ก็ได้ที่เราสนใจศึกษา  หรืออาจได้มาจากการสังเกต การนับหรือการวัดก็เป็นได้ รวมทั้งข้อมูลที่เป็นตัวเลข  ข้อความ  และรูปภาพต่าง ๆ ก็สามารถนำมาจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลได้ และที่สำคัญข้อมูลทุกอย่างต้องมีความสัมพันธ์กัน เพราะเราต้องการนำมาใช้ประโยชน์ต่อไปในอนาคต


ระบบบริหารฐานข้อมูล (Database Management System) คืออะไร

ระบบบริหารฐานข้อมูล หมายถึง กลุ่มโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ชนิดหนึ่ง ที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่บริหารฐานข้อมูลโดยตรง ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องรับรู้เกี่ยวกับรายละเอียดภายในโครงสร้างฐานข้อมูล พูดง่าย ๆ ก็คือ DBMS นี้เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงระหว่างผู้ใช้ และโปรแกรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบฐานข้อมูล ตัวอย่างของ DBMS ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ได้แก่


หน้าที่ของระบบฐานข้อมูล

หน้าที่ของระบบฐานข้อมูล มีดังนี้

  1. กำหนดมาตรฐานข้อมูล
  2. ควบคุมการเข้าถึงข้อมูลแบบต่าง ๆ
  3. ดูแล-จัดเก็บข้อมูลให้มีความถูกต้องแม่นยำ
  4. จัดเรื่องการสำรอง และฟื้นสภาพแฟ้มข้อมูล
  5. จัดระเบียบแฟ้มทางกายภาพ (Physical Organization)
  6. รักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายในฐานข้อมูล และป้องกันไม่ใช้ข้อมูลสูญหาย
  7. บำรุงรักษาฐานข้อมูลให้เป็นอิสระจากโปรแกรมแอพพลิเคชันอื่น ๆ
  8. เชื่อมโยงข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน เพื่อรองรับความต้องการใช้ข้อมูลในระดับ

ประเภทของฐานข้อมูล

องค์กรต่างๆ ใช้ฐานข้อมูลประเภทต่างๆ เพื่อจัดการข้อมูลประเภทต่างๆ และสนับสนุนแอปพลิเคชันต่างๆ ฐานข้อมูลประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่:
  • ฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (Relational Database) 
  • ฐานข้อมูลที่ไม่สัมพันธ์กัน หรือ ฐานข้อมูล NoSQL
  • ฐานข้อมูลเชิงวัตถุ (Object Database)
  • ฐานข้อมูลเวกเตอร์ (Vector Database)
  • ฐานข้อมูลการนำทาง (GPS Database)
  • ฐานข้อมูลบนคลาวด์ (Cloude Database) 

ประโยชน์ของระบบฐานข้อมูล

  • ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล
  • รักษาความถูกต้องของข้อมูล
  • มีความเป็นอิสระของข้อมูล
  • ความปลอดภัยของข้อมูล
  • ใช้ข้อมูลร่วมกัน

ตัวอย่างระบบฐานข้อมูล

  • ระบบฐานข้อมูลของโรงเรียน/สถาบัน/มหาวิทยาลัย เพื่อจัดเก็บและบริหารข้อมูลต่างๆ ของ นักเรียน/นักศึกษา บุคลากร รายวิชา  สาขาวิชา การรับสมัครนักเรียน/นักศึกษา การลงทะเบียน ผลการเรียน ห้องสมุด และข้อมูลต่างๆ ของหน่วยงานยภายใน เป็นต้น
  • ระบบฐานข้อมูลของร้านค้าหรือบริษัท หลักๆ เพื่อจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลของหน่วยงานด้านธุรกิจ และธุรกรรมต่างๆ ได้แก่ ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลการซื้อขาย และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินทางธุรกิจ 
  • ระบบฐานข้อมูลของโรงพยาบาล ได้แก่ ข้อมูลผู้ป่วย ข้อมูลแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ ข้อมูลการรักษา ข้อมูลการให้ยา เพื่อการรักษาโรค และติดตามผู้ป่วย ตลอดจนการบริหารภายในโรงพยาบาล 
  • ระบบฐานข้อมูลธนาคาร ได้แก่ ข้อมูลลูกค้าธนาคาร ข้อมูลการฝาก/ถอน ข้อมูลเดินบัญชี ข้อมูลพนักงาน และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารธนาคาร 
  • ระบบฐานข้อมูลหน่วยงานรัฐ ได้แก่ ข้อมูลสำมะโนครัวประชากร ข้อมูลเศรษฐกิจ ข้อมูลงบประมาณ และอื่นๆ 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Anvil แฟลต์ฟอร์ม สำหรับ Python Full Stack มีครบ จบในเครื่องมือเดียว

Anvil แฟลต์ฟอร์ม สำหรับ Python Full Stack มีครบ จบในเครื่องมือเดียว Avil เป็นแฟลต์ฟอร์มสำหรับสร้างเว็บแอพลิเคชั่น ด้วยภาษา python สามารถใช้งานทั้ง HTML CSS JavaScript SQL ทั้งหมดนี้รวมในเครื่องมือที่ชื่อว่า Anvil Python ใช้สำหรับรันบนบราวเซอร์ เซอร์เวิรส์ และสร้าง UI ด้วยวิธีการ Drag-and-Drop เพียงลากวาง UK และยังสามารถเชื่อมต่อและใช้งาน Database  และยังสามารถ Integration กับแฟลต์ฟอร์มอื่นๆ ได้อีกด้วย โครงสร้างของ Anvil  การออกแบบง่ายๆ ด้วย drag-and-drop ใช้ python เป็น client-side และรันบน บราวเซอร์ Server-side รันบน Anvil Server สามารถใช้ Database ต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูล สามารถรัน python บนเครื่องและตอบโต้กับแอปพลิเคขั่นไดด้

อะไรคือ NPU (Neural Processing Unit) มีความสำคัญอย่างไร แนวคิดมาจากไหน

ความหมาของคำว่า NPU (Neural Processing Unit)  NPU (Neural Processing Unit) คือ หน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาทที่สร้างมาเพื่อใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ เป็นหน่วยประมวลผลพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในแนวคิดของการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ของคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ทำให้การประมวลผล AI ทรงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากเดิมของ TPU GPU และ CPU เช่น การจดจำภาพ, วิเคราะห์เสียง, หรือการแปลภาษา ทำได้รวดเร็วและประหยัดพลังงานกว่า CPU/GPU ทั่วไป โดยทำงานคล้ายโครงข่ายประสาทของมนุษย์ และพบได้ทั้งในสมาร์ตโฟน, คอมพิวเตอร์ (PC), และอุปกรณ์ AI อื่นๆ ในอนาคต เพื่อเร่งความเร็วของการทำงานของ AI สามารถจัดการงานและปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประวัติความเป็นมาของ NPU (Neural Processing Unit)  ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมาเราได้ใช้เริ่มมีการใช้หน่วยการประมวลผลแบบดั้งเดิม คือ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ถือเป็น "สมอง" และเป็นกลไกการทำงานของคอมพิวเตอร์ ดังนั้นซีพียู CPU ประมวลผลงานคำนวณแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่มีหน้าที่รับผิดชอบการทำงานของแอปพลิเคชันให้มีศักยภาพหลากหลายเพิ่มมาเรื่อย แม้ว่าจะมีหลายประเภท แต่โดยทั่...

TomCat สำหรับติดตั้ง แก้ไข คอนฟิก ใช้งาน JSP

Apache Tomcat เป็น  HTTP Server ที่มีความสามารถนำภาษาจาวามาใช้งานได้  สามารถใช้เทคโนโลยีของภาษาจาวาที่เรียกว่า Java Servlet  และ Java Server Page (JSP)  Tomcat เป็นโปรแกรม Open-Source  อยู่ภายใต้การดูแลของ Apache Software Foundation  (ซึ่งเป็นผู้สร้าง Apache HTTP Server ที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย)  สามารถอ่านรายละเอียดของ Tomcat ได้ที่  http://tomcat.apache.org  โดยเลือกหัวข้อ “ Documentation”  และเลือก “Tomcat 7.0” ขั้นตอนการติดตั้ง Tomcat เรียงลำดับดังนี้