ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปัญหาที่พบบ่อยในการพัฒนาออกแบบระบบซอฟต์แวร์ในระดับองค์กร

ปัญหาที่พบบ่อยในการพัฒนาออกแบบระบบซอฟต์แวร์ในระดับองค์กร

ในการพัฒนาและออกแบบ ระบบซอฟต์แวร์ระดับองค์กร (Enterprise Software Systems) มักพบปัญหาซ้ำ ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากโค้ดอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่ “คน–กระบวนการ–เทคโนโลยี” โดยสามารถสรุปปัญหาที่พบบ่อยได้ดังนี้


1. ปัญหาด้านความต้องการ (Requirements)

ความต้องการไม่ชัดเจน / เปลี่ยนบ่อย Requirement มาจากหลายฝ่าย (Business, Ops, IT, Legal) ไม่มี Owner ที่ตัดสินใจสุดท้าย Scope creep เกิดตลอดโครงการ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

  • ระบบซับซ้อนเกินจำเป็น
  • แผนงาน Timeline และงบประมาณบานปลาย
  • แนวทางแก้
  • ใช้ Product Owner ตัวจริง
  • ทำ Requirement แบบ Incremental (Agile)
  • มี Change Management ชัดเจน
  • บุคลากรน้อยเกินไป

2. ปัญหาด้านสถาปัตยกรรมระบบ (Architecture)

ออกแบบสถาปัตยกรรมผิดตั้งแต่ต้น
  • Monolith ใหญ่เกินไป
  • Microservices แตกย่อยเกินจำเป็น
  • Coupling สูง แก้ไขจุดเดียวกระทบทั้งระบบ

ผลกระทบ
  • Scale ไม่ได้
  • Deploy ช้า
  • Bug แก้ยาก

แนวทางแก้

  • เริ่มจาก Modular Monolith
  • ออกแบบด้วย Domain-Driven Design (DDD)
  • ทำ Architecture Review สม่ำเสมอ

3. ปัญหาด้านการขยายตัว (Scalability & Performance)

ระบบรองรับผู้ใช้จำนวนมากไม่ได้

  • Query ไม่ optimize
  • ไม่มี caching
  • ไม่รองรับ horizontal scaling

ผลกระทบ

  • ระบบช้า / ล่มช่วง peak
  • SLA ไม่ผ่าน

แนวทางแก้

  • Load test ตั้งแต่ต้น
  • ใช้ Cache (Redis / CDN)
  • Design Stateless Service

4. ปัญหาด้านการเชื่อมต่อระบบอื่น (Integration) เชื่อม Legacy System ยาก

  • API ไม่มาตรฐาน
  • Data format ไม่ตรงกัน
  • Dependency ระหว่างระบบสูง

ผลกระทบ

  • Bug ข้ามระบบ
  • Debug ยากมาก

แนวทางแก้

  • ใช้ API Gateway
  • Event-driven / Message Queue
  • Contract-first API

5. ปัญหาด้านข้อมูล (Data & Database)
🔴 โครงสร้างข้อมูลไม่รองรับอนาคต

Schema เปลี่ยนยาก

  • Data duplication
  • ไม่มี Data Governance

ผลกระทบ

  • Data inconsistency
  • Report ไม่ตรงกัน

แนวทางแก้

  • แยก OLTP / OLAP
  • Versioning schema
  • มี Data Owner ชัดเจน

6. ปัญหาด้านความปลอดภัย (Security)
🔴 Security มาทีหลัง

  • ไม่มี Threat Modeling
  • Access Control ไม่ละเอียด
  • Log ข้อมูลสำคัญไม่ครบ

ผลกระทบ

  • Data breach
  • Compliance ไม่ผ่าน (ISO, PDPA, GDPR)

แนวทางแก้

  • Security by Design
  • Zero Trust
  • RBAC / ABAC

7. ปัญหาด้านการพัฒนา (Development Process)
🔴 ทีมใหญ่แต่ทำงานไม่สอดประสาน

  • Standard ไม่ตรงกัน
  • Code review ไม่จริงจัง
  • Knowledge กระจุกตัว

ผลกระทบ
  • Technical debt สูง
  • คนลาออก = ระบบพัง

แนวทางแก้

  • Coding Standard กลาง
  • CI/CD + Automated Test
  • Documentation ที่ใช้ได้จริง

8. ปัญหาด้านการทดสอบ (Testing)
🔴 ทดสอบไม่ครอบคลุม

  • Manual test มากเกินไป
  • ไม่มี Integration / Load test
  • Test environment ไม่เหมือน Production

ผลกระทบ

  • Bug หลุด Production
  • Release ช้า

แนวทางแก้

  • Test Pyramid
  • Staging environment
  • Automated regression test

9. ปัญหาด้านการใช้งาน (UX & Adoption)
🔴 ผู้ใช้ไม่อยากใช้ระบบ

  1. UI ซับซ้อน
  2. Flow ไม่ตรงงานจริง
  3. Training ไม่พอ

ผลกระทบ

  1. ใช้ Excel แทนระบบ
  2. Data ไม่ครบ

แนวทางแก้

  1. User-centered design
  2. Pilot rollout
  3. Feedback loop จากผู้ใช้จริง

10. ปัญหาด้านการดูแลระยะยาว (Maintenance)
🔴 ระบบเก่าแต่เลิกไม่ได้

  1. Legacy code ไม่มีคนเข้าใจ
  2. Upgrade ยาก
  3. Dependency ตกรุ่น

ผลกระทบ
  • Cost ระยะยาวสูง
  • Risk สูง

แนวทางแก้

  • Refactor ทีละส่วน
  • Strangler Pattern
  • วางแผน Modernization

Cloud + Microservices : ปัญหาเชิง “ลึก” ที่องค์กรเจอจริง

1️⃣ Microservices ≠ ระบบที่ดีเสมอ


❌ ปัญหา

  • Service 50 ตัว แต่ DevOps ดูแลไม่ไหว
  • Debug 1 bug ใช้ 3 ทีม

✅ แนวทาง

  • เริ่มจาก Modular Monolith
  • แยกเฉพาะ Domain ที่ต้อง scale จริง
  • ใช้ Service Ownership ชัดเจน

2️⃣ Data เป็นศูนย์กลางของความพัง


❌ ปัญหา
  • หลาย service ใช้ DB เดียว
  • Report กับระบบจริงไม่ตรง

✅ แนวทาง
  • Database per Service
  • Event-driven Data Sync
  • แยก Operational DB vs Analytics DB

3️⃣ Cloud ทำให้ปัญหา “เร็วขึ้น”


❌ ปัญหา
  • Deploy เร็ว → Bug เร็ว
  • Scale เร็ว → ค่าใช้จ่ายพุ่ง

✅ แนวทาง
  • CI/CD + Quality Gate
  • Auto Scaling + Limit
  • FinOps ตั้งแต่วันแรก



ตารางเปรียบเทียบ “ปัญหา vs แนวทางแก้” (ระดับองค์กรจริง)

หมวดปัญหาปัญหาที่พบบ่อยในองค์กรใหญ่สาเหตุเชิงลึกแนวทางแก้แบบ Cloud / Microservices
ArchitectureMonolith ใหญ่ แก้ยากออกแบบตามโครงองค์กร ไม่ใช่ DomainModular Monolith → ค่อยแยก Microservices
Service DesignMicroservices เยอะเกินแยกเร็วเกิน ไม่มี Domain BoundaryDDD + Bounded Context
ScalabilityScale ไม่ได้ตามโหลดStateful service / DB เดียวStateless + Auto Scaling
Performanceระบบช้าChatty services / Sync callAsync (Event / Queue)
Integrationเชื่อมระบบอื่นพังง่ายTight couplingAPI Gateway + Contract
Dataข้อมูลไม่ตรงกันShared DatabaseDatabase per Service
DeploymentDeploy ทีระบบล่มไม่มี IsolationCI/CD + Blue/Green
Reliabilityระบบล่มทั้งบริษัทSingle point of failureCircuit Breaker
Securityสิทธิ์มั่วTrust กันหมดZero Trust + IAM
Monitoringปัญหาเกิดแต่ไม่รู้ไม่มี ObservabilityLogs + Metrics + Tracing
TeamทีมชนกันOwnership ไม่ชัดTeam per Service
CostCloud bill บานScale แบบไม่ควบคุมFinOps + Cost Visibility

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Anvil แฟลต์ฟอร์ม สำหรับ Python Full Stack มีครบ จบในเครื่องมือเดียว

Anvil แฟลต์ฟอร์ม สำหรับ Python Full Stack มีครบ จบในเครื่องมือเดียว Avil เป็นแฟลต์ฟอร์มสำหรับสร้างเว็บแอพลิเคชั่น ด้วยภาษา python สามารถใช้งานทั้ง HTML CSS JavaScript SQL ทั้งหมดนี้รวมในเครื่องมือที่ชื่อว่า Anvil Python ใช้สำหรับรันบนบราวเซอร์ เซอร์เวิรส์ และสร้าง UI ด้วยวิธีการ Drag-and-Drop เพียงลากวาง UK และยังสามารถเชื่อมต่อและใช้งาน Database  และยังสามารถ Integration กับแฟลต์ฟอร์มอื่นๆ ได้อีกด้วย โครงสร้างของ Anvil  การออกแบบง่ายๆ ด้วย drag-and-drop ใช้ python เป็น client-side และรันบน บราวเซอร์ Server-side รันบน Anvil Server สามารถใช้ Database ต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูล สามารถรัน python บนเครื่องและตอบโต้กับแอปพลิเคขั่นไดด้

TomCat สำหรับติดตั้ง แก้ไข คอนฟิก ใช้งาน JSP

Apache Tomcat เป็น  HTTP Server ที่มีความสามารถนำภาษาจาวามาใช้งานได้  สามารถใช้เทคโนโลยีของภาษาจาวาที่เรียกว่า Java Servlet  และ Java Server Page (JSP)  Tomcat เป็นโปรแกรม Open-Source  อยู่ภายใต้การดูแลของ Apache Software Foundation  (ซึ่งเป็นผู้สร้าง Apache HTTP Server ที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย)  สามารถอ่านรายละเอียดของ Tomcat ได้ที่  http://tomcat.apache.org  โดยเลือกหัวข้อ “ Documentation”  และเลือก “Tomcat 7.0” ขั้นตอนการติดตั้ง Tomcat เรียงลำดับดังนี้

อะไรคือ NPU (Neural Processing Unit) มีความสำคัญอย่างไร แนวคิดมาจากไหน

ความหมาของคำว่า NPU (Neural Processing Unit)  NPU (Neural Processing Unit) คือ หน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาทที่สร้างมาเพื่อใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ เป็นหน่วยประมวลผลพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในแนวคิดของการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ของคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ทำให้การประมวลผล AI ทรงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากเดิมของ TPU GPU และ CPU เช่น การจดจำภาพ, วิเคราะห์เสียง, หรือการแปลภาษา ทำได้รวดเร็วและประหยัดพลังงานกว่า CPU/GPU ทั่วไป โดยทำงานคล้ายโครงข่ายประสาทของมนุษย์ และพบได้ทั้งในสมาร์ตโฟน, คอมพิวเตอร์ (PC), และอุปกรณ์ AI อื่นๆ ในอนาคต เพื่อเร่งความเร็วของการทำงานของ AI สามารถจัดการงานและปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประวัติความเป็นมาของ NPU (Neural Processing Unit)  ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมาเราได้ใช้เริ่มมีการใช้หน่วยการประมวลผลแบบดั้งเดิม คือ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ถือเป็น "สมอง" และเป็นกลไกการทำงานของคอมพิวเตอร์ ดังนั้นซีพียู CPU ประมวลผลงานคำนวณแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่มีหน้าที่รับผิดชอบการทำงานของแอปพลิเคชันให้มีศักยภาพหลากหลายเพิ่มมาเรื่อย แม้ว่าจะมีหลายประเภท แต่โดยทั่...