บทนำ: ปัญหาไม่ใช่คุณภาพของโค้ด แต่คือโครงสร้างที่ไม่มีอยู่
ในโลกของนักพัฒนา software เรามักเชื่อว่าความสำเร็จขึ้นอยู่กับความสามารถในการเขียนโค้ดได้เร็วขึ้น ดีขึ้น หรือใช้ framework ที่ทันสมัยกว่า แต่ในความเป็นจริง ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นไม่เคยกลายเป็น asset มันกลายเป็นเพียง project ที่ถูกปล่อยทิ้งหลังจากหมดแรงจูงใจ หรือเมื่อ technical debt เริ่มสะสม
ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เรื่อง syntax แต่คือ “การขาดโครงสร้างตั้งแต่ต้น”
มีความเข้าใจผิดพื้นฐานในโลกของ software ว่า code คือแก่นแท้ของระบบ แต่ในความเป็นจริง code เป็นเพียงการแสดงออกของโครงสร้างที่อยู่ลึกลงไปอีกระดับหนึ่ง Structure มาก่อน code เสมอ แม้ในกรณีที่ไม่มีใครตั้งใจออกแบบ structure มันก็ยังคงเกิดขึ้นโดยปริยาย และ structure ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเจตนา มักนำไปสู่ความไม่เสถียร ความซับซ้อน และการเสื่อมสลายของระบบในระยะยาว
การไม่มี Structure คือรูปแบบหนึ่งของ Structure
การไม่ออกแบบโครงสร้าง structure ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโครงสร้าง structure แต่มันหมายความว่า structure ถูกกำหนดโดยแรงเฉื่อยแทนที่จะถูกกำหนดโดยเจตนา ในกรณีนี้ structure จะเป็นผลลัพธ์ของลำดับเหตุการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ของการออกแบบ
เมื่อ feature ถูกเพิ่มเข้ามาโดยไม่มี structural model ระบบจะเริ่มสูญเสีย coherence ส่วนประกอบต่าง ๆ จะเริ่มเชื่อมโยงกันแบบไม่เป็นระเบียบ และ eventually system จะถึงจุดที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ทำลายตัวมันเอง นี่คือจุดที่ software หยุดเป็น system และกลายเป็น artifact
Project vs Asset: ความแตกต่างที่ถูกมองข้าม
Project คือสิ่งที่ต้องใช้ effort ต่อเนื่องเพื่อคงอยู่
Asset คือสิ่งที่สามารถสร้าง value ได้โดยไม่ต้องเพิ่ม effort ตามสัดส่วน
ซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่ถูกสร้างในฐานะ project:
-
มีไอเดีย คิดได้ตลอด คิดหลากหลาย คิดไปเรื่อยๆ มีไอเดียมาเรื่อยๆ
-
เขียนโค้ด เขียนทุกวัน เขียนทุกระบบ แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์สักระบบ
-
เปิดใช้งาน เปิดใช้งานแล้ว ผู้ใช้เข้ามาน้อย ยอดใช้น้อย
-
เพิ่ม feature แบบ reactive เพิ่มไปเรื่อยๆ
-
ซับซ้อนขึ้น ยิ่งสร้างยิ่งซับซ้อนมันต้องมีอะไรสักอย่างที่ยังติดขัดอยู่
-
หยุดพัฒนา สุดท้ายไปไม่ได้
Asset คือ Structure ที่มีความสามารถในการรักษาและขยายตัวเอง
Asset ไม่ได้ถูกกำหนดโดยมูลค่าในปัจจุบัน แต่ถูกกำหนดโดยความสามารถในการสร้างมูลค่าในอนาคต ความสามารถนี้ไม่ได้มาจาก effort แต่มาจาก structure
ทำไม Software ส่วนใหญ่ล้มเหลวในการเป็น Asset
1. Code-First Thinking
นักพัฒนาจำนวนมากเริ่มจากการเปิด editor
ไม่ใช่จากการนิยาม system boundary
ผลลัพธ์คือ:
-
ไม่มี scope ชัดเจน
-
Architecture ไม่ได้ออกแบบ
-
ระบบเติบโตแบบไร้ทิศทาง
Code-first thinking ทำให้โครงสร้างถูกกำหนดโดย feature
แทนที่จะถูกกำหนดโดย design
การเขียน Code โดยไม่มี Structure คือการสร้าง Entropy
Entropy ใน system คือการเพิ่มขึ้นของความไม่เป็นระเบียบ เมื่อ structure ไม่ได้ถูกกำหนดอย่างชัดเจน entropy จะเพิ่มขึ้นตามเวลา ทุก feature ใหม่จะเพิ่ม complexity และทุก interaction ใหม่จะเพิ่ม uncertainty
ในที่สุด system จะถึงจุดที่ cost ของการเปลี่ยนแปลงสูงกว่าประโยชน์ของการเปลี่ยนแปลง และ ณ จุดนั้น system จะหยุด evolve แม้ว่ามันจะยังคงทำงานอยู่ แต่มันได้หยุดการมีชีวิตแล้ว
Software ที่หยุด evolve ได้หยุดการสร้าง value แล้ว
2. ไม่มี System Boundary
เมื่อไม่มีการกำหนดขอบเขตของระบบ:
-
Feature creep จะเกิดขึ้น
-
ระบบจะขยายตัวแบบ uncontrolled
-
Complexity เพิ่มขึ้นแบบ exponential
Asset ต้องมี boundary
เพราะ boundary คือสิ่งที่ทำให้ system มีเสถียรภาพ
System ที่แท้จริงต้องมี Structural Integrity
Structural integrity คือความสามารถของ system ในการรักษา coherence ของมันในขณะที่มันเปลี่ยนแปลง System ที่ไม่มี structural integrity จะเริ่มแตกสลายเมื่อมันเติบโต ในขณะที่ system ที่มี structural integrity จะสามารถรองรับการเติบโตโดยไม่สูญเสียความเสถียร
Structural integrity ไม่ได้เกิดจากการ refactor
มันเกิดจากการ design
Design ไม่ใช่สิ่งที่ทำหลังจาก system ถูกสร้าง
Design คือสิ่งที่ทำให้ system สามารถถูกสร้างได้
3. ขาด Leverage Layer
Software ที่ไม่มี leverage ต้องการ effort เพิ่มขึ้นตามจำนวน user
ตัวอย่าง:
-
Manual support
-
Manual data handling
-
No automation
-
No abstraction
ระบบแบบนี้ไม่สามารถ scale ได้
จึงไม่สามารถกลายเป็น asset ได้
4. ไม่มี Economic Design
ซอฟต์แวร์จำนวนมากถูกสร้างโดยไม่มีการออกแบบ value extraction
คำถามที่ไม่ถูกถามตั้งแต่ต้นคือ:
-
ระบบนี้สร้างรายได้อย่างไร
-
ลดต้นทุนอย่างไร
-
สร้าง leverage อย่างไร
-
มี recurring value หรือไม่
เมื่อไม่มี economic layer
ระบบจะเป็นเพียงเครื่องมือ
ไม่ใช่ asset
ความเข้าใจผิดที่แพร่หลาย: “ถ้า software ทำงานได้ แปลว่ามันดี”
ความจริงคือ:
Working software ≠ Valuable system
Valuable system = Structured + Scalable + Leverage-driven + Economically designed
ซอฟต์แวร์ที่ทำงานได้อาจเป็นเพียง utility
แต่ asset ต้องมีความสามารถในการสร้าง value ซ้ำ ๆ ได้
ปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปัญหาเชิงเทคนิค
นักพัฒนาหลายคนพยายามแก้ปัญหาด้วย:
-
เปลี่ยน framework
-
Refactor code
-
Rewrite ใหม่ทั้งหมด
แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ implementation
ปัญหาอยู่ที่โครงสร้างที่ไม่เคยถูกออกแบบตั้งแต่ต้น
ถ้า foundation ไม่ถูกต้อง
การ rewrite จะนำคุณกลับไปสู่จุดเดิม
จุดเริ่มต้นของทางออก: โครงสร้างก่อนโค้ด
ก่อนจะเขียนโค้ด
ควรถามคำถามเชิงโครงสร้าง:
-
ระบบนี้คืออะไร (Definition)
-
ขอบเขตคืออะไร (Boundary)
-
โครงสร้างคืออะไร (Architecture)
-
จุด leverage อยู่ตรงไหน (Leverage Points)
-
Value ถูกสร้างและ capture อย่างไร (Economic Design)
คำถามเหล่านี้คือ foundation ของ V.A.L.U.E Framework™
บทสรุป: Software ที่ไม่มีโครงสร้าง จะไม่มีอนาคต
โลกดิจิทัลให้รางวัลกับระบบที่มี leverage ไม่ใช่ระบบที่มี feature มากที่สุด ซอฟต์แวร์ที่ถูกสร้างโดยไม่มีโครงสร้างจะกลายเป็น technical debt ในระยะยาว ในขณะที่ระบบที่ถูกออกแบบเชิงโครงสร้างตั้งแต่ต้นสามารถกลายเป็น asset ที่สร้าง value ได้อย่างต่อเนื่อง
ปัญหาไม่ใช่การเขียนโค้ด
ปัญหาคือการไม่คิดเชิงระบบ
และการคิดเชิงระบบต้องเริ่มจากการออกแบบโครงสร้างก่อน implementation
ในบทถัดไป เราจะลงลึกในขั้นตอนแรกของการสร้าง asset ดิจิทัล:
Vision Structuring: How to Define a SaaS System Before Writing Code
สนับสนุนเรา กด ลิงค์ https://buy.stripe.com/aFadRabYXctc3rg7uddIA00

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น