ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

LLM vs SLM vs FM คืออะไร? เปรียบเทียบโมเดล AI พร้อม Use Case จริงสำหรับ Developer

 LLM vs SLM vs FM คืออะไร? เปรียบเทียบโมเดล AI พร้อม Use Case จริงสำหรับ Developer 

Big Model LLM ในโลกของ AI ไม่ได้มีแค่ “โมเดลใหญ่ที่สุดชนะเสมอไป” แต่อีกต่อไปในปี 2026 เป็นต้นไป มาถึง ยุคของ โมเดลที่เหมาะสม Right Model, ขนาดพอดี Right Size,ต้นทุนต่ำ Right Cost  เราเห็นองค์กรจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมต้อง

  • ต้องใช้ GPT-4/Claude ทุกงานจริงไหม มีตัวอื่นๆ แทนได้ไหม 
  • ทำไมค่า API แพงขึ้นเรื่อย ๆ? ยิ่งใช้ API เยอะ มาพร้อมกับสิ่งที่ต้องจ่าย
  • จะรัน AI บน Edge หรือ Local ได้ไหม? อยากได้ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยข้อมูล
  • มีโมเดลเล็กที่เร็วกว่าและถูกกว่าหรือเปล่า? ถ้ามีน่าจะดีกว่าในเรื่องการใช้ทรัพยากร และต้นทุนอื่นๆ

คำตอบคือ มี และกำลังเป็นเทรนด์หลักของอุตสาหกรรม AI ตอบได้เลยว่า วันนี้ AI ไม่ได้มีแค่ LLM อีกต่อไป

เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ภาษาโมเดลสำหรับ AI จัดมาให้ 3 กลุ่มโมเดลหลัก: ณ ตอนนี้ อนาคตน่าจะมีเพิ่ม

  •  LLM (Large Language Models) โมเดลภาษาขนาดใหญ่ มีพารามิเตอร์ 10B–100B+ ตัวอย่าง  GPT-4 / GPT-4o Claude 3 Gemini Llama 3 70B+  จุดแข็งของ LLM ที่น่าสนใจ คือ เข้าใจภาษาเชิงลึก Reasoning ซับซ้อน เขียนโค้ด/วิเคราะห์/วางแผนได้ รองรับ Agent workflow  ส่วนจุดอ่อนมีดังนี้  ค่าใช้จ่ายสูง  Latency สูง ต้อง Cloud GPU  ไม่เหมาะกับ Edge/Offline เหมาะกับงานเช่น  AI Assistant Chatbot อัจฉริยะ Code generation Research / Analysis Multi-step reasoning AI Agent orchestration

  •  SLM (Small Language Models) โมเดลภาษาขนาดเล็ก พารามิเตอร์ 1B–7B ได้แก่ ตัวอย่าง Phi-3 mini Gemma 2B Mistral 7B Llama 3 8B TinyLlama จุดแข็ง ตอบเร็วมาก (<100ms) รันบน CPU ได้ใช้ RAM ต่ำ ใช้ Offline ได้ค่าใช้จ่ายเกือบศูนย์ จุดอ่อน Reasoning ลึก ๆ ไม่เก่ง ความรู้กว้างน้อยกว่า Context สั้นกว่า เหมาะกับงานที่เป็น  Edge AI Mobile app AI IoT / Device Chatbot ภายในองค์กร Intent classification  RAG แบบ lightweight Auto-tag / summarization
  •  FML (Foundation Langquage Models)  โมเดลที่เทรนด้วยข้อมูลขนาดมหาศาลเพื่อเป็น “ฐาน” ให้ fine-tune ต่อไม่จำกัดแค่ภาษา แต่รวมถึง Vision Speech ImageVideo Multi-modal  ตัวอย่าง CLIP SAM Whisper Stable Diffusion Gemini multimodal GPT-4o จุดแข็งได้แก่  ใช้ได้หลาย modality ต่อ fine-tune ได้ใช้สร้าง product ได้หลากหลาย จุดอ่อนมี ไม่ใหญ่  ใช้ทรัพยากรสูง ต้อง infra ดี เหมาะกับงานแบบไหน?Image generation Speech-to-text Vision AI OCRMulti-modal assistant AI Video/Audio

 บทความนี้จะช่วยคุณเข้าใจความแตกต่างเชิงสถาปัตยกรรม + การใช้งานจริง + แนวทางเลือกให้เหมาะกับระบบของคุณ

เปรียบเทียบโมเดล AI


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Anvil แฟลต์ฟอร์ม สำหรับ Python Full Stack มีครบ จบในเครื่องมือเดียว

Anvil แฟลต์ฟอร์ม สำหรับ Python Full Stack มีครบ จบในเครื่องมือเดียว Avil เป็นแฟลต์ฟอร์มสำหรับสร้างเว็บแอพลิเคชั่น ด้วยภาษา python สามารถใช้งานทั้ง HTML CSS JavaScript SQL ทั้งหมดนี้รวมในเครื่องมือที่ชื่อว่า Anvil Python ใช้สำหรับรันบนบราวเซอร์ เซอร์เวิรส์ และสร้าง UI ด้วยวิธีการ Drag-and-Drop เพียงลากวาง UK และยังสามารถเชื่อมต่อและใช้งาน Database  และยังสามารถ Integration กับแฟลต์ฟอร์มอื่นๆ ได้อีกด้วย โครงสร้างของ Anvil  การออกแบบง่ายๆ ด้วย drag-and-drop ใช้ python เป็น client-side และรันบน บราวเซอร์ Server-side รันบน Anvil Server สามารถใช้ Database ต่างๆ เพื่อเก็บข้อมูล สามารถรัน python บนเครื่องและตอบโต้กับแอปพลิเคขั่นไดด้

อะไรคือ NPU (Neural Processing Unit) มีความสำคัญอย่างไร แนวคิดมาจากไหน

ความหมาของคำว่า NPU (Neural Processing Unit)  NPU (Neural Processing Unit) คือ หน่วยประมวลผลโครงข่ายประสาทที่สร้างมาเพื่อใช้งานด้านปัญญาประดิษฐ์ เป็นหน่วยประมวลผลพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในแนวคิดของการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ของคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ ทำให้การประมวลผล AI ทรงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นจากเดิมของ TPU GPU และ CPU เช่น การจดจำภาพ, วิเคราะห์เสียง, หรือการแปลภาษา ทำได้รวดเร็วและประหยัดพลังงานกว่า CPU/GPU ทั่วไป โดยทำงานคล้ายโครงข่ายประสาทของมนุษย์ และพบได้ทั้งในสมาร์ตโฟน, คอมพิวเตอร์ (PC), และอุปกรณ์ AI อื่นๆ ในอนาคต เพื่อเร่งความเร็วของการทำงานของ AI สามารถจัดการงานและปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ประวัติความเป็นมาของ NPU (Neural Processing Unit)  ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมาเราได้ใช้เริ่มมีการใช้หน่วยการประมวลผลแบบดั้งเดิม คือ หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) ถือเป็น "สมอง" และเป็นกลไกการทำงานของคอมพิวเตอร์ ดังนั้นซีพียู CPU ประมวลผลงานคำนวณแบบดั้งเดิมส่วนใหญ่มีหน้าที่รับผิดชอบการทำงานของแอปพลิเคชันให้มีศักยภาพหลากหลายเพิ่มมาเรื่อย แม้ว่าจะมีหลายประเภท แต่โดยทั่...

Micro SaaS "ขนาดพอดีคำ" สร้างธุรกิจเริ่มต้นอย่างง่ายด่าย จากไอเดียสู่สร้างรายได้ โดยใช้ AI Agent ตอบสนองความต้องการซอฟต์แวร์ที่เล็ก ง่าย และทรงพลัง

ผลิตภัณฑ์ Micro SaaS กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าที่เคย เป็นผลมาจากความต้องการซอฟต์แวร์เฉพาะทางที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการกำลังสร้างเครื่องมือน้ำหนักเบาที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะด้าน ตั้งแต่เครื่องมือสร้างเนื้อหาที่ขับเคลื่อนด้วย AI และ CRM เฉพาะกลุ่ม ไปจนถึงแอปพลิเคชันการออกใบแจ้งหนี้และแพลตฟอร์มการจัดการโครงการที่ใช้งานง่าย โซลูชันที่มุ่งเน้นเฉพาะด้านเหล่านี้กำลังได้รับความนิยมในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น การศึกษา ฟิตเนส บริการ และการตลาด ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กปรับปรุงกระบวนการทำงาน หรือการนำเสนอเครื่องมือที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นให้กับผู้สร้างสรรค์ แนวคิด SaaS ขนาดเล็กกำลังเปิดโอกาสใหม่ๆ ให้กับผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรได้และดูแลรักษาง่าย Micro SaaS คืออะไร? Micro SaaS (ไมโครซาส) เป็นรูปแบบซอฟต์แวร์ออนไลน์ที่ให้บริการผ่านเว็บ (Software as a Service) แต่มี ขนาดเล็ก, เน้นแก้ปัญหาเฉพาะด้าน (Niche), ทีมพัฒนาเล็กมากถึงขั้น ผู้พัฒนาคนเดียวก็ทำได้, ต้นทุนต่ำ และมักสร้างรายได้แบบ Subscription รายเดือน/รายปี วิเคราห์ตลาดของ Micro SaaS  Micro SaaS มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญภายในตลาดเทคโทนโลย...