ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

Micro AI คืออะไร? ทำไมธุรกิจและครีเอเตอร์ยุคใหม่ควรรู้จัก

Micro AI คืออะไร? ทำไมธุรกิจและครีเอเตอร์ยุคใหม่ควรรู้จัก ในยุคที่ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของทุกอุตสาหกรรม หลายคนอาจเข้าใจว่า AI ต้องเป็นระบบขนาดใหญ่ ใช้ต้นทุนสูง และซับซ้อนเสมอไป แต่ความจริงแล้ว Micro AI กำลังเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากที่สุด Micro AI คืออะไร Micro AI คือปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็กที่ถูกออกแบบมาให้ทำงานเฉพาะด้าน เช่น ตอบคำถาม วิเคราะห์ข้อมูล หรือช่วยตัดสินใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยตรง จุดเด่นคือ เร็ว ประหยัด และใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมาก จุดเด่นของ Micro AI  ทำงานรวดเร็วแบบ Real-time ต้นทุนต่ำ เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด  โฟกัสเฉพาะงาน ไม่ซับซ้อน ใช้งานได้บนมือถือ เว็บ และ IoT  เพิ่มความเป็นส่วนตัว เพราะประมวลผลใกล้ผู้ใช้ ตัวอย่างการใช้งาน Micro AI  แชตบอตตอบคำถามเฉพาะสินค้า/บริการ วิเคราะห์ข้อมูลสั้น ๆ เช่น ยอดขายรายวัน คัดแยกอีเมลหรือข้อความอัตโนมัติ  ตรวจจับความผิดปกติของเครื่องจักร  AI ผู้ช่วยส่วนตัวในแอปพลิเคชัน Micro AI ต่างจาก AI ขนาดใหญ่อย่างไร Micro AI ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรู้ทุกอย่าง แ...

พฤติกรรมการอ่านบทความบนบล๊อกปี 2569 มีเพียง 20-30% อ่านจบ อ่านประมาณ 50 คำ หรือ 3-5 บรรทัด

คนอ่านออนไลน์มักไม่อ่านจนจบบทความ และโดยเฉลี่ยอ่านเพียงส่วนน้อยของเนื้อหาเท่านั้น ตามงานวิจัยพฤติกรรมการอ่านออนไลน์ ดังนี้: พฤติกรรมการอ่านบทความ/บล็อกจากสถิติ ผู้เข้าชมโดยเฉลี่ยจะอ่าน ประมาณ 20–30% ของเนื้อหา ทั้งหมดบนหน้าเว็บก่อนจะหยุดอ่านหรือเลื่อนผ่านไป มีการประมาณว่า ผู้ใช้ออนไลน์อ่านเฉพาะ “ประมาณ 50 คำแรก” ของบทความโดยเฉลี่ย ก่อนจะเลื่อนลงหรือปิดหน้า (ประมาณ ~3–5 บรรทัดขึ้นอยู่กับความยาวบรรทัด) พบอีกว่าสัดส่วนคนอ่านที่ “อ่านจนจบบทความ” มีเพียง ประมาณ 10–20% ของผู้เข้าชมทั้งหมด ส่วนใหญ่คนอ่านจะใช้เวลาไม่นาน เช่น เฉลี่ย ~30–90 วินาที บนหน้าแต่ละบทความ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะอ่านทั้งบทความยาว ๆ โดยทั่วไปคนอ่านบนบล็อก อ่านเพียงส่วนเล็ก ๆ ของบทความจริง ๆ ถ้าวัดเป็น “บรรทัด” — ถ้าหนึ่งบรรทัดมีประมาณ 8–12 คำ ผู้ชมเฉลี่ยอ่าน ราว 3–6 บรรทัดแรก ก่อนตัดสินใจว่าจะอ่านต่อหรือไม่ (อ้างอิงจากการเฉลี่ย “50 คำ”) แปลว่าถ้าบทความมี 100 บรรทัด คนอ่าน ส่วนใหญ่จะอ่านแค่ 3–30 บรรทัด ก่อนจะหยุดหรือเลื่อนผ่าน

ChatGPT, Gemini and Claude is the best AI Tool for 2006

  ChatGPT, Gemini and Claude is the best AI Tool for 2006 There isn’t a single “best” AI model in 2026 — ChatGPT, Google Gemini, and Claude each excel in different areas. Which one is “best” really depends on what you want to use it for. 1. ChatGPT (OpenAI) — Best All-Around & Most Versatile Strong overall performance across many tasks Excellent at complex reasoning, coding, and logic Large ecosystem of plugins and integrations Ideal for: general use, coding help, complex problem-solving, creative ideas. 2. Gemini (Google) — Best for Current Info & Integration Seamless real-time web access Excellent at research and factual grounding Strong integration with Google services (Search, Workspace) Great for: up-to-date answers, research tasks, and anyone using Google products. 3. Claude (Anthropic) — Best for Long-Form Writing & Safety Very large context handling (great for books, long docs) High-quality, nuanced writing and thoughtful reasoning Focus on safety and ...

The Best AI Tools for 2026: ChatGPT, Gemini, and Claude

 ChatGPT, Gemini, and Claude  is the best AI Tool for 2006 There isn’t a single “best” AI model in 2026 — ChatGPT, Google Gemini, and Claude each excel in different areas. Which one is “best” really depends on what you want to use it for. 1. ChatGPT (OpenAI) – Best All-Around & Most Versatile Strong overall performance across many tasks Excellent at complex reasoning, coding, and logic Large ecosystem of plugins and integrations Ideal for: general use, coding help, complex problem-solving, creative ideas. 2. Gemini (Google) – Best for Current Info & Integration Seamless real-time web access Excellent at research and factual grounding Strong integration with Google services (Search, Workspace) Great for: up-to-date answers, research tasks, and anyone using Google products. 3. Claude (Anthropic) – Best for Long-Form Writing & Safety Very large context handling (great for books, long docs) High-quality, nuanced writing and thoughtful reasoning Focus on safety and “ali...

Firebase vs Supabase: ทำไม Developer ยุคใหม่เลือก Supabase มากกว่าในปี 2026

Firebase vs Supabase: ทำไม Developer ยุคใหม่เลือก Supabase มากกว่าในปี 2026 บทนำ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Firebase เคยเป็น Backend-as-a-Service (BaaS) ที่ Developer ทั่วโลกนิยมอย่างมาก ด้วยความง่าย ความเร็ว และไม่ต้องดูแล Server เอง แต่ในปี 2024–2026 เทรนด์เริ่มเปลี่ยนอย่างชัดเจน — Developer จำนวนมากเริ่ม เลิกใช้ Firebase และหันมาเลือก Supabase แทนSupabase ตอบโจทย์งานเว็บแอปยุคใหม่มากกว่า โดยเฉพาะสาย Full-stack / Indie / Startup / Enterprise Firebase เป็น Backend-as-a-Service ที่ใช้ NoSQL  เหมาะกับ Prototype และ Realtime Application แต่มีข้อจำกัดด้าน Query, Cost และ Vendor Lock-in Supabase เป็น Backend ที่ใช้ PostgreSQL  เหมาะกับ Web App, SaaS และระบบที่ต้องการ Scale ระยะยาว พร้อมความยืดหยุ่นและต้นทุนที่ควบคุมได้ ปัญหาหลักของ Firebase ที่ Dev เริ่ม “อิ่มตัว” 1. Lock-in หนักมาก (Vendor Lock-in) 2. NoSQL ไม่เหมาะกับระบบจริงระยะยาว 3. Pricing “โหดตอนโต” 4. Backend Logic จำกัด ทำไม Supabase ถึงมาแรงแทน 1. PostgreSQL = ของจริงในโลก Production 2. Open-source & Self-host ได้ 3. Back...

7 ปัญหาหลักที่พบจริง ระบบพังเพราะ Developer ใช้ AI-generated code เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมากในปี 2026

7 ปัญหาหลักที่พบจริง ระบบพังเพราะ Developer gen code ด้วย AI เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมากในปี 2026 1. AI สร้าง Code ที่ “ดูถูก” แต่ผิด Design เมื่อพัฒนาโค้ดแล้วสามารถผ่าน compile ได้ Test ผ่านบางส่วน แต่ส่วนมากยังมีการละเมิดสถาปัตยกรรม Architecture โดยมีการ bypass layer  ต่างๆ รูปแบบของ business logic ยังกระจายสะเปะสะปะทำให้เกิด coupling สูง เพราะ ตัว AI เอง ยังไม่รู้มุมมองของนักพัฒนา vision ระบบ ถ้า prompt ไม่ดี ปัญหาเกิดแน่ 2. โดยนักพัฒนาทำหน้าแค่ Copy–Paste Code จาก AI เท่านั้น โดยไม่เข้าใจหลักพัฒนาซอฟต์โค้ดเพียงพอ แค่บอกให้ AI ทำตามที่กำหนดเท่านั้น ไม่รู้ edge case ไม่รู้ performance cost debug ไม่ได้เมื่อ prod พัง เกิด “Code Ownership สูญหาย” ไประหว่างการ Gen  3. Security & Compliance พังแบบเงียบๆ แบบสงบ โดยผู้พัฒนาไม่ได้วางแนวทางไว้ AI มัก hardcode secret bypass auth ignore rate limit ใช้ crypto ผิด องค์กรที่โดน audit = เจอทันที 4. AI สร้าง Code ที่ “เหมาะกับ Demo” ไม่ใช่ Production ไม่มี Retry Circuit breaker Observability Rollback Strategy แต่ทำ Demo ผ่าน แต่ว่า Pr...

How to build generatve AI with Laravel

แนวทางการออกแบบ และการพัฒนาระบบสำหรับองค์กรอัตโนมัติเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ปี 2026Future of Enterprise Systems:

แนวทางการออกแบบ และการพัฒนาระบบสำหรับองค์กรอัตโนมัติเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ปี 2026Future of Enterprise Systems ปี 2026 ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของ “ระบบอนาคต” แต่คือ จุดที่องค์กรซึ่งยังใช้แนวคิดระบบแบบเดิม จะเริ่มแข่งขันไม่ได้ Enterprise Systems ในปี 2026 มีประเด็นหลักที่ต้องมาบอกเหล่ากันในเรื่องระบบสมัยใหม่ ดังนี้ Distributed by default Event-driven by design AI-assisted by nature Security & Compliance ฝังใน Architecture บทความนี้จะอธิบาย Future of Enterprise Systems ในมุมที่ Architect และ Senior Engineer ใช้ตัดสินใจจริง ไ ม่ใช่แค่เทรนด์ Trend ที่ตามกระแสกันในแต่ละปี แต่คือ Architecture Direction ที่องค์กรต้องเลือก 1. นิยามใหม่ของ Enterprise Systems ปี 2026 จาก “Software Enterprise System” ไปยัง “Enterprise Platform” อาจจะหมายถึง กลุ่มของบริการ Services ต่างๆ ครบเครื่องบริการสำหรับการใช้งรน ทำงานแบบอัตโนมัติ Asynchronous รวดเร็วทันใจ แบบ Real Time ที่ฝันถึงกัน เชื่อมต่อทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้อย่างทรงพลัง รองรับ Human + AI + Automation มนุษย์ก...

ปัญหาที่พบบ่อยในการพัฒนาออกแบบระบบซอฟต์แวร์ในระดับองค์กร

ปัญหาที่พบบ่อยในการพัฒนาออกแบบระบบซอฟต์แวร์ในระดับองค์กร ในการพัฒนาและออกแบบ ระบบซอฟต์แวร์ระดับองค์กร (Enterprise Software Systems) มักพบปัญหาซ้ำ ๆ ที่ไม่ได้เกิดจากโค้ดอย่างเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่ “คน–กระบวนการ–เทคโนโลยี” โดยสามารถสรุปปัญหาที่พบบ่อยได้ดังนี้ 1. ปัญหาด้านความต้องการ (Requirements) ความต้องการไม่ชัดเจน / เปลี่ยนบ่อย Requirement มาจากหลายฝ่าย (Business, Ops, IT, Legal) ไม่มี Owner ที่ตัดสินใจสุดท้าย Scope creep เกิดตลอดโครงการ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ระบบซับซ้อนเกินจำเป็น แผนงาน Timeline และงบประมาณบานปลาย แนวทางแก้ ใช้ Product Owner ตัวจริง ทำ Requirement แบบ Incremental (Agile) มี Change Management ชัดเจน บุคลากรน้อยเกินไป 2. ปัญหาด้านสถาปัตยกรรมระบบ (Architecture) ออกแบบสถาปัตยกรรมผิดตั้งแต่ต้น Monolith ใหญ่เกินไป Microservices แตกย่อยเกินจำเป็น Coupling สูง แก้ไขจุดเดียวกระทบทั้งระบบ ผลกระทบ Scale ไม่ได้ Deploy ช้า Bug แก้ยาก แนวทางแก้ เริ่มจาก Modular Monolith ออกแบบด้วย Domain-Driven Design (DDD) ทำ Architecture Review สม่ำเสมอ 3. ปัญหาด้านการขยายตัว (Scalability ...

Laravel + Claude AI for Developer การประยุกต์ร่วมกันในการใช้งานเพื่อพัฒนาระบบสำหรับนักพัฒนา

Laravel + Claude AI การประยุกต์ร่วมกับการใช้งานเพื่อพัฒนาระบบสำหรับนักพัฒนา Claude AI คืออะไร?  Claude AI คือโมเดลปัญญาประดิษฐ์จากบริษัท Anthropic ที่ออกแบบมาให้เก่งด้านการเข้าใจภาษา การให้เหตุผลเชิงลึก และการทำงานกับข้อมูลยาว ๆ (Long Context) โดย Claude ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Constitutional AI ซึ่งเน้นความปลอดภัย ความถูกต้อง และการตอบสนองอย่างมีความรับผิดชอบ Claude AI จาก Anthropic เป็นหนึ่งใน Large Language Model (LLM) ที่ได้รับความนิยมสูง ด้วยจุดเด่นด้านความเข้าใจภาษา การสรุปข้อมูล และการตอบคำถามเชิงลึก บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้ การเชื่อม Claude AI เข้ากับ Laravel อย่างละเอียด ตั้งแต่การตั้งค่า ไปจนถึงตัวอย่างใช้งานจริง เหมาะสำหรับนักพัฒนาเว็บที่ต้องการเพิ่มพลัง AI ให้กับแอปของตน จุดเด่นของ Claude AI เข้าใจบริบทได้ยาวมาก เหมาะกับเอกสารยาว โค้ดจำนวนมาก และ Knowledge Base เขียนภาษาเป็นธรรมชาติ เหมาะกับบทความ บล็อก เอกสารทางเทคนิค เก่งด้านโค้ดและสถาปัตยกรรมระบบ ปลอดภัยและควบคุมได้ เหมาะกับงานองค์กร รุ่นที่นิยมใช้งาน เช่น Claude 3 Opus – งานวิเคราะห์ขั้นสูง Claude 3.5 Sonnet – สมดุล เร...

React กับ Next.js ไม่ใช่คู่แข่งกันตรง ๆ แต่เป็นความสัมพันธ์แบบ พื้นฐาน ↔ เฟรมเวิร์ก

  React กับ Next.js ไม่ใช่คู่แข่งกันตรง ๆ แต่เป็นความสัมพันธ์แบบ พื้นฐาน ↔ เฟรมเวิร์ก 🔹 React คืออะไร React คือ JavaScript Library สำหรับสร้าง UI (หน้าจอ) จุดเด่น สร้าง UI แบบ Component เร็ว (Virtual DOM) ยืดหยุ่นสูง เลือกเครื่องมือเองได้ ข้อจำกัด ไม่มีระบบ Router มาให้ (ต้องใช้ react-router) ไม่มี SEO ดีโดยอัตโนมัติ ต้องตั้งค่าเองเยอะ (webpack, SSR, folder structure) 📌 เหมาะกับ Web App ภายใน (Dashboard, Admin) SPA (Single Page Application) โปรเจกต์ที่ต้องควบคุมโครงสร้างเองทั้งหมด 🔹 Next.js คืออะไร Next.js คือ Framework ที่สร้างบน React ใช้ React แต่เพิ่มทุกอย่างที่ React ไม่มี จุดเด่น Routing อัตโนมัติ (ตามโฟลเดอร์) รองรับ SEO ดีมาก มี SSR / SSG / ISR มี API Backend ในตัว Deploy ง่าย (Vercel) ฟีเจอร์หลัก SSR (Server Side Rendering) SSG (Static Site Generation) App Router / Pages Router API Routes Image Optimization 📌 เหมาะกับ เว็บไซต์จริง (Production) Blog, Landing Page, E-commerce เว็บที่ต้องการ SEO SaaS / Sta...